Category: ที่นอน

การนอน คือ การพักผ่อนที่ดีที่สุดและจำเป็นต่อร่างกายเป็นอย่างยิ่ง เพราะเมื่อนอนหลับอย่างเพียงพอจะทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าในตอนเช้า ช่วยให้ใบหน้าแลดูสดใส ไม่หมองคล้ำ และช่วยให้กระบวนการต่างๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ความจำ หรือระบบภูมิคุ้มกัน เป็นต้น เรามาดูเคล็ดลับดีๆ เพื่อการนอนหลับสบายกันค่ะ

ทำร่างกายให้อบอุ่น

อุณหภูมิแตกต่างกันตามสภาพท้องถิ่น ฤดูกาล และสภาพร่างกาย ณขณะนั้น การนอนหลับในอุณหภูมิที่ทำให้ร่างกายอบอุ่นจะดีที่สุด

แสงสว่างให้พอดี

จะให้ดีตอนปิดผ้าม่านปิดไฟแล้ว แสงในห้องควรอยู่ในระดับที่พอมองเห็นสำหรับตอนจะลุกไปเข้าห้องน้ำกลางดึก หากเป็นไปได้อยากให้ใช้ผ้าม่านเป็นผ้าบางๆ พอให้แสงยามเช้าส่องผ่านมาปลุกเราแทนนาฬิกาปลุก เพราะการใช้นาฬิกาปลุกตอนเช้าจะลดประสิทธิภาพการนอนหลับลง 20%

เครื่องนอนที่นุ่มนวล

เมื่อจะนอน ประสาทสัมผัสทั้งหมดของร่างกายต้องการการผ่อนคลาย โดยเฉพาะผิวเนื้อหนัง ไม่มีประสาทสัมผัสใดมีส่วนรับสัมผัสกว้างเท่าผิวอีกแล้ว ผิวหนังจึงมีความละเอียดอ่อนต่ออารมณ์มาก หากผิวหนังสบายผ่อนคลาย ร่างกายเราก็จะรู้สึกผ่อนคลายไปด้วยเครื่องนอนที่ดีต่อผิวกาย จะต้องเป็นผ้าที่ระบายลม ไร้สารพิษ  ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกใช้เนื้อผ้าแบบออร์แกนิค จะช่วยระบายลม มอบอุณหภูมิพอเหมาะแก่ร่างกาย ไม่ร้อนไม่เย็นจนเกินไป และไม่แข็งกระด้างต่อผิวนุ่มๆ ของเรา

เตียงนอนปรับระดับ App คุณภาพดี นอนหลับสบาย ผ่อนคลาย ในราคาคุ้มค่า

เลือกหมอนที่นอนสบาย

หมอนคือสิ่งรองรับสมองและกระดูกคอ เราต้องให้ความสำคัญกับเลือก ซึ่งกระดูกคอคนเราโค้งเป็นรูปตัวซี เมื่อนอนจึงควรให้มันคงลักษณะเดิมไว้จะช่วยให้เลือดไหลเวียนสะดวก กล้ามเนื้อคอได้ผ่อนคลาย หากหมอนแข็งไปจะทำให้หลอดเลือดถูกกดทับ นุ่มไปจะปรับรูปร่างอิริยาบถได้ไม่เหมาะสม ดังนั้น ควรเลือกใบทีุ่นุ่มและเด้งกำลังดี หมอนควรสูง 6-8 เซนติเมตร เมื่อใช้หมอนหนุนนอนตะแคง หมอนควรสูง 20 เซนติเมตร หรือเท่ากับระดับความกว้างจากไหล่มายังหัวของเรา หมอนที่ดี หมอนที่นอนสบายต้องมีความสููงซ้ายขวาเท่ากันเวลาที่เราหนุน

หมอนยางพารา หมอนนอนเพื่อสุขภาพจาก App

เปิดเพลงฟังสบายทิ้งไว้

เสียงดนตรีสงบเย็น หรือเสียงธรรมชาติ ช่วยผ่อนคลายประสาทซิมพาเทติก แต่ต้องระวังไม่ใช้เพลงที่มีเนื้อร้อง เพราะแบบนั้นจะรบกวนการนอน ดนตรีสงบๆ ผ่อนคลายจะทำให้อารมณ์เราเย็นลงจนเคลิ้มและง่วงหลับได้ง่าย

กลิ่นลาเวนเดอร์

กลิ่นหอมๆ ของดอกลาเวนเดอร์จะถูกส่งไปยังสมองโดยตรง มีผลเรื่องการนอนหลับ ช่วยผ่อนคลายประสาทซิมพาเทติก กระตุ้นให้ประสาทพาราซิมพาเทติกทำงาน คลายความเครียดและความกังวลที่เผชิญมาตลอดวัน  ช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้า และช่วยให้หลับสบาย

พูดคำดีๆ ก่อนนอน

เช่น หลังอาบน้ำ คลายเส้นเบาๆ แล้วเข้านอน ให้พูดขอบคุณหัวเข่าที่ทำงานหนักมาทั้งวัน หรือพูดขอบคุณตัวเอง ขอบคุณคนอื่นที่ทำให้ให้เรามีความสุข พอพูดคำดีๆ เราก็จะมีความสุข อิ่มเอิบใจ จนเคลิ้มหลับได้

นึกถึงภาพดีๆ เมื่อหลับตา

เมื่อนอนบนเตียงจงนึกถึงภาพและฝันที่ดี แล้วภายในตัวเราจะเก็บแต่เรื่องดีไว้ หากคิดภาพแง่ลบแทรกเข้ามา สมองทั้งก้อนจะดำเนินไปทางลบด้วย เพราะจิตใต้สำนึกเราอ่่อนไหวต่อข้อมูลด้านลบมากกว่าด้านบวก

สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ ภาพที่เราเห็นก็จะสะสมไว้ในความทรงจำด้วย จึงห้ามดูหนังสยองขวัญก่อนนอน อาจจะใช้วิธีแขวนภาพทิวทัศน์สวยๆ ไว้ที่ผนัง เปิดดนตรีคลอเบาๆ  จะข่วยให้หลับอย่างเป็นสุขและนอนหลับสนิทมากขึ้น

หากกำลังมองหาตัวช่วยในการพักผ่อน เสริมสร้างสุขภาพที่ดี อย่าลืมเลือกเตียงนอนปรับระดับ APP เตียงปรับระดับที่ออกแบบมาให้ปรับได้ตามสรีระ ทดลองสินค้า หรือแวะชมได้ที่ :โชว์รูม บ.เอพีพี บอร์ด ใกล้ BTS สุรศักดิ์

credit : ขอบคุณบทความดีๆ จาก goodlifeupdate

Commenting: OFF

สุขภาพของคนเรานั้นจะดีได้ ต้องได้รับการนอนหลับพักผ่อนไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง หรือมากกว่า 1 ใน 3 ของแต่ละวัน แต่จะมีใครรู้บ้างว่าการนอนหลับพักผ่อนที่ดีนั้น ยังต้องคำนึงถึงหมอนที่ใช้หนุนนอนอีกด้วย หมอนที่ว่านี้จะส่งผลต่อการนอนหลับพักผ่อนที่ดีได้อย่างไร และรับกับท่านอนของเราอย่างไรบ้าง 

ท่านอนหงาย

เป็นท่านอนที่คนทั่วไปนิยมนอน สามารถตอบโจทย์ได้ดีสำหรับผู้ที่มีอาการปวดหลัง การนอนหงายในท่าที่สบายจะทำให้กระดูกสันหลังเรียงตัวได้ดี ไม่คดโค้ง แต่ทั้งนี้เตียงก็ต้องไม่แข็งจนเกินไป เพราะจะทำให้เกิดแรงกดทับที่จุดใดจุดหนึ่ง ทำให้แผ่นหลังจมลงไปตามน้ำหนัก ไม่เหยียดตรงอย่างที่ควรจะเป็น

ผู้ที่มีอาการปวดหลังจากโรคโพรงกระดูกสันหลังตีบรัดเส้นประสาท (Lumbar spinal stenosis) ไม่ว่าจะนอนท่าไหนก็ทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ เว้นแต่จะได้นอนด้วยท่างอเข่าขึ้น โดยนำหมอนมารองใต้เข่าในท่านอนหงาย นอนตะแคงโดยยกเข่าก่ายหมอนข้าง หรือนอนในท่าเด็กทารก (fetal position) คู้ตัวและงอเข่าขึ้น จะช่วยบรรเทาอาการปวดหลังได้

ดังนั้นควรเลือกหมอนที่มีความหนาระดับปานกลาง ไม่สูงไม่ต่ำจนเกินไป จะช่วยทำให้คออยู่ในระดับที่สมดุลกับแผ่นหลังส่วนบนและกระดูกสันหลังได้เป็นอย่างดี ถ้าให้แนะนำหมอนที่เหมาะและสอดรับกับท่านอนหงายหรือผู้ที่มีอาการปวดหลังมากที่สุด จึงเหมาะกับหมอนประเภทยางพารา เพราะหมอนชนิดนี้ถูกออกแบบมาให้มีส่วนโค้งเว้า รับศีรษะต้นคอและกระดูกสันหลัง ทำให้ลดอาการปวดให้ทุเลาลง

ท่านอนตะแคง

แนะนำว่าควรนอนตะแคงด้านขวามากกว่าด้านซ้าย เพราะการนอนตะแคงขวาจะไม่ทำให้น้ำหนักไปกดทับอวัยวะที่อยู่ด้านซ้าย ช่วยให้หัวใจเต้นสะดวก ท่านอนตะแคงนี้ไม่แนะนำสำหรับผู้ที่มีอาการปวดไหล่ เพราะจะทำให้ไหล่ที่ปวดเจ็บหนักกว่าเดิม หมอนที่แนะนำจึงควรเป็นหมอนที่สอดรับกับช่องว่างระหว่างคอและไหล่ให้พอดี อย่างหมอนเมมโมรี่โฟม ที่ออกแบบมาเพื่อการกระจายแรงกดทับ รองรับกับทุกท่วงท่ารวมถึงท่านอนตะแคงด้วย

ท่านอนคว่ำ

จริงๆ แล้วเป็นท่านอนที่ไม่แนะนำ เพราะจะทำให้กระดูกสันหลังส่วนเอวโค้งไปทางด้านหน้ามากเกินไป นอกจากนี้เวลานอนคว่ำก็ต้องตะแคงหน้าไปทางด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งจะทำให้กระดูกต้นคอบิดไปด้วย อาจเป็นอันตรายและสะสมจนทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยตามร่างกายได้ ควรหลีกเลี่ยงการนอนคว่ำ เพราะจะทำให้กระดูกต้นคอเกิดแรงกดทับมาก ควรเปลี่ยนมานอนหงายหรือนอนตะแคงแทน จะเห็นว่าเราควรเลือกหมอนให้ตรงกับท่านอนที่เราถนัด และหลีกเลี่ยงการนอนในท่าที่จะทำให้เกิดผลเสียตามมา

คุณหมอยังแนะนำทิ้งท้ายว่าชนิดและรูปทรงของหมอนก็มีหลายแบบ โดยช่วงแรกอาจจะต้องทดลองใช้หมอนแต่ละแบบสักประมาณ 2-3 เดือน เพื่อประเมินหาหมอนที่รับกับสรีระและนิสัยการนอนของตัวบุคคลเพื่อให้ได้หมอนที่ถูกสรีระมากทึ่สุด

เพราะหมอนสุขภาพที่จำหน่ายกันอยู่โดยทั่วไป มีหลากหลายรูปทรง หลากหลายขนาด การเลือกหมอนที่เหมาะสมต้องคำนึงถึงวัสดุที่จะอำนวยให้ท่านอนนั้นหลับสบายและเต็มอิ่มมากที่สุด ตื่นเช้ามาก็จะไม่เกิดอาการเมื่อยล้า โดยมีการแบ่งประเภทของหมอนไว้ 3 ประเภท คือ

หมอนเมมโมรี่โฟม

หมอนชนิดนี้ออกแบบมาเพื่อการกระจายแรงกดทับ สามารถปรับเปลี่ยนรูปทรงไปตามอุณหภูมิ ช่วยรองรับสรีระการนอนได้ดีเยี่ยม ช่วยลดอาการปวดคอไหล่และหลัง ให้ความรู้สึกสบายขณะหลับ และยังไม่มีสารพิษที่ก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้

หมอนยางพารา

หมอนที่มีความยืดหยุ่นสูง ออกแบบให้มีรูปร่างโค้งเว้า เพื่อเป็นเบ้ารองรับศีรษะและต้นคอ ช่วยจัดวางตำแหน่งของศีรษะ คอ ไหล่ และหลัง ขณะนอนหลับได้เป็นอย่างดี ผ่อนคลายขณะหลับด้วยปุ่มนูนเล็กๆ ที่รองรับในการนวดศีรษะด้วยความนุ่มและยืดหยุ่นที่พอเหมาะ และโครงสร้างด้านล่างของตัวหมอนที่เป็นรูพรุน จึงสามารถระบายอากาศได้ดี ทำให้หมอนไม่อับชื้น รู้สึกสดชื่น หลับสบายตลอดคืน

หมอนใยสังเคราะห์ 

ด้วยคุณสมบัติเส้นใยสังเคราะห์ ให้ความรู้สึกเหมือนนอนหมอนขนห่าน นิ่ม นอนหลับสบาย หุ้มด้วยผ้าคัตตอน สามารถช่วยรับน้ำหนักคอได้อย่างดี อีกทั้งยังเป็นวัสดุที่มีความเย็นตามธรรมชาติด้วย.

เอพีพี บอร์ด มีทั้งหมอนเมมโมรี่โฟม และหมอนยางพาราหลากหลายรูปแบบ เพื่อตอบสนองทุกความต้องการสำหรับคุณ และคนที่คุณรัก .. ให้เราได้ดูแลคุณนะคะ

ถ้าคุณกำลังมองหา เตียงนอนปรับระดับคุณภาพดี นอนหลับสบาย ผ่อนคลาย ในราคาคุ้มค่า ต้อง .. “เตียงนอนปรับระดับ App” เราการันตีคุณภาพด้วยประสบการณ์ กว่า 20 ปี

นึกถึงเตียงนอนปรับระดับ คุณภาพดี นึกถึง “App คู่นอน ที่รู้ใจ” นะคะ
ทดลองสินค้า ที่โชว์รูม บ.เอพีพี บอร์ด ใกล้ BTS สุรศักดิ์

ขอบคุณ บทความดีๆ จากไทยรัฐ

รู้หรือไม่ว่าที่นอนที่ไม่ดีพอ มีผลต่อสุขภาพของเราด้วยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการนอนที่ทำให้สรีระอยู่ผิดท่า หรือเกี่ยวกับโรคทางเดินหายใจที่มีผลมาจากการเลือกใช้ที่นอนที่ไม่ดีพอ เรามาเลือกที่นอนซะใหม่ให้ดีต่อร่างกายของเรากันดีกว่าค่ะ

 

1. เลือกที่นอนที่ไม่นิ่มและไม่แข็งจนเกินไป

คนเรามีระดับความแน่น (Firmness) ของที่นอนที่เหมาะกับร่างกายของเราแตกต่างกันไปค่ะ หากเป็นคนที่มีมวลร่างกายค่อนข้างมากก็จะเหมาะกับที่นอนที่มีความแน่นมากกว่าปกติ เพื่อให้รองรับและโอบเข้ากับร่างกาย (Conformity) ที่พอดี มีส่วนโค้งเว้าที่รับกับร่างกาย เพื่อให้กล้ามเนื้อและร่างกายได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ และรับน้ำหนักได้ดีไม่ยุบตัวด้วยนะคะ

2. เลือกคุณสมบัติชนิดของที่นอนที่เหมาะสม

ไม่ว่าจะเป็นแบบวัสดุธรรมชาติหรือแบบวัสดุสังเคราะห์ เลือกแบบที่ไม่ยุบตัวเมื่อรับน้ำหนักนานๆ ไม่สะสมความชื้นและเชื้อแบคทีเรีย สามารถระบายอากาศได้ดี สามารถถอดทำความสะอาดปลอกที่นอนได้ง่าย มีสปริงโอบรับน้ำหนักร่างกาย ไม่มีแรงกดทับ

3. กลับด้านที่นอนทุกๆ 6 เดือน

เพื่อให้ที่นอนได้ใช้งานทั้ง 2 ด้าน ไม่ใช้งานเพียงด้านเดียวซึ่งจะทำให้ที่นอนเสื่อมสภาพเร็ว กลับด้านทั้งส่วนหัวนอนและปลายเท้าเพื่อเฉลี่ยการกระจายของน้ำหนักที่ทั่วถึงทั้ง 4 มุม ช่วยชะลอเวลาการเสื่อมสภาพของที่นอนของเราให้ยาวนานออกไปอีกค่ะ

4. ป้องกันไรฝุ่นจากที่นอนของคุณ

ไรฝุ่นตัวร้ายต้นเหตุของโรคภูมิแพ้เองก็เป็นอีกหัวข้อที่ควรใส่ใจค่ะ  ไรฝุ่นจะกินเศษผิวหนังและรังแคเป็นอาหาร ทำให้พบมากเครื่องนอนต่างๆ ที่ผ่านการใช้งานมานาน การจะป้องกันไรฝุ่นนั้นก็ไม่ยาก แค่หาใช้ที่นอนและเครื่องนอนที่เคลือบสารป้องกันไรฝุ่น (Microban Allergy  Control) ก็แก้ปัญหาไรฝุ่นกวนใจได้แล้วค่ะ

 

มหันตภัยของการนอนดึก การอดหลับอดนอนคงเป็นเรื่องธรรมดาของเหล่ามนุษย์เงินเดือนไปเสียแล้ว! ไม่ว่าจะเกิดมาจากสาเหตุใดก็ตามเถอะ แต่จงอย่าให้มันกลายเป็นความเคยชิน เพราะผลกระทบของการนอนดึกนั้นมันร้ายแรงกว่าที่คิดจริงๆ ถ้าคุณสาวๆ ยังไม่เชื่อลองมาดูความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อร่างกายของเหล่านักนอนเช้าตัวยงกัน

 

1. การนอนสำคัญอย่างไรนะ?

คนที่นอนอย่างพอเพียงมีแนวโน้มว่าจะมีสุขภาพที่ดีและมีอายุยืนยาวกว่าคนที่มีจำนวนชั่วโมงนอนต่อวันน้อยหรือมากจนเกินไป ควรนอนตั้งแต่21.00น. เพื่อให้ฮอร์โมน Growth Hormone สามารถหลั่งออกมาได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ คนที่มีพฤติกรรมการนอนที่ไม่ดีจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดเมื่ออายุมากขึ้น เราจึงควรที่จะนอนให้ได้อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง ต่อวัน เพื่อให้ร่างกายซ่อมแซมร่างกายได้อย่างเต็มที่

 

2. ท่านอนหลับที่ดีที่สุดคือท่าอะไรแน่?

นอนตะแคง ช่วยลดอาการปวดหลังได้ ถ้าตะแคงขวา จะช่วยให้อาหารที่ค้างในกระเพาะจะถูกบีบลงลำไส้เล็กได้ดี หัวใจทำงานได้สะดวกขึ้น

นอนหงาย ควรให้ต้นคออยู่แนวเดียวกับลำตัว จะได้ไม่ปวดคอเพราะนอนเงยหรือพับมากเกินไป แต่จะไม่ค่อยเหมาะกับผู้ป่วยโรคปอดและโรคหัวใจ เพราะกล้ามเนื้อกระบังลมจะกดทับหัวใจให้ทำงานลำบาก และกดทับปอดทำให้หายใจไม่สะดวก แล้วอาจจะทำให้ปวดหลังรุนแรงขึ้นด้วย

3. ควรเปลี่ยนชุดเครื่องนอนใหม่เมื่อไหร่กันนะ?

ก่อนจะเปลี่ยนี่นอนใหม่ เราควรกลับด้านหน้า ด้านหลังมาใช้ รวมถึงกลับหัวกลับหางเพื่อให้มีการกระจายน้ำหนักเท่าๆกัน แต่ถ้าที่นอนยุบลงไปเป็นแอ่ง หรือมีอาการปวดหลัง ปวดตัว ทุกครั้งที่ตื่นนอน หมอนถ้านอนไม่สบายมีอาการปวดคอก็ควรเปลี่ยนชุดเครื่องนอนได้แล้ว รวมไปถึงชุดเครื่องนอนที่ให้มาเกิน 15 ปี ก็ควรจะเปลี่ยนได้แล้วค่ะ

4. หมอนหนุนส่วนตัวจำเป็นต้องมีมั้ยนะ?

การเลือกหมอนต้องดูความเหมาะสมกับร่างกายเพราะสรีระร่างกายของแต่ละคนแตกต่างกันไป ขนาดของหมอนที่เหมาะกับแต่ละคนจึงต่างกัน แต่ละคนมีระดับที่ต่างกันเพื่อให้คออยู่ระนาบเดียวกับลำตัว

 

5. ความจำเป็นของหมอนสุขภาพมีมากน้อยแค่ไหน?

ข้อดีของหมอนเพื่อสุขภาพมีต่างกันไปตามแต่ชนิดของหมอน แต่ส่วนใหญ่จะมีคุณสมบัติเกี่ยวกับการรองรับต้นคอได้พอดีเมื่อนอนหงาย ซึ่งก็อาจไม่เหมาะกับผู้ที่ชอบนอนตะแคงเพราะจะทำให้คอเอียงและมีอาการปวดคอ ส่วนหมอนที่สามารถเปลี่ยนรูปร่างให้เข้ารูปศีรษะได้ทุกท่าที่มักจะผลิตจากเปลือกไม้หรือเปลือกเมล็ดพืชอาจจะอุดข้อเสียในเรื่องนี้ได้ แต่ก็จะดูแลรักษายากเพราะต้องตากแดดบ่อยๆเพื่อป้องกันความชื้นกับแมลง และมีราคาที่ค่อนข้างแพง

6. หมอนที่ดีที่สุดคือหมอนแบบไหนแน่?

เมื่ออ่านข้อ 4 และ 5 มาแล้วเราอาจจะสับสนว่าหมอนแบบไหนคือหมอนที่ดีที่สุดสำหรับเรากันแน่ ซึ่งก็เป็นคำตอบที่ง่ายมาก นั่นคือหมอนที่สามารถรองรับกับกระดูกต้นคอได้พอดี หนุนให้คอเป็นระนาบเดียวกับลำตัว คอไม่แหงนหรือพับมากเกินไป หมอนที่ไม่ดีคือหมอนที่ทำให้เรามีอาการปวดช่วงต้นคอหลังจากตื่นนอน ซึ่งถ้าปล่อยไว้นานๆจะทำให้กระดูกต้นคอ กดทับหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง เกิดเป็นลิ่มเลือดอุดตัน หากลิ่มเลือดขึ้นสมองอาจกลายเป็นอัมพฤกษ์หรืออัมพาตได้

7. เลือกผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนแบบไหนดี?

รู้หรือไม่ว่าหากใช้ผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนที่แข็งเกินไป จะทำให้เกิดรอยยับ และหากรอยยับนั้นมากดบนผิวหน้าหรือร่างกายบ่อยครั้ง ก็อาจเกิดปัญหาตามมาได้ จึงควรเลือกเนื้อผ้าที่นิ่ม ไม่หลุดเป็นขุย จับแล้วสบายมือ เนื้อผ้าที่นิยมใช้ทำเครื่องนอนคือ ผ้า Cotton หรือผ้าฝ้ายซึ่งนิ่มและลื่นแต่จะแพงกว่าผ้า Cotton

8. ควรนอนกับพื้นหรือนอนบทเตียงจะดีกว่ากัน?

การนอนพื้นก็ไม่มีผลกระทบร้ายแรง แต่การนอนกับพื้นแข็งๆเป็นเวลานานอาจทำให้เมื่อย เกิดอาการชา ระบบเลือดไหลเวียนลำบาก และทำให้เกิดแผลกดทับได้ หากอยากนอนพื้นจริงๆก็ควรปูที่นอนบุนวมนิดหน่อย เพื่อกระจายแรงกดทับบนร่างกาย

 

9. เคล็คลับการเลือกซื้อที่นอน

สิ่งสำคัญของการหาที่นอนที่ดีคือที่นอนที่นอนแล้วไม่ปวดหลัง เราควรเลือกที่นอนที่มีขนาดเหมาะกับการนอนและจำนวนคนที่นอน ที่นอนนิ่มเกินไปจะทำให้ปวดหลังได้ แต่แน่นเกินไปก็ไม่ดี ขึ้นอยู่กับโครงสร้างและสรีระของแต่ละบุคคล และเลือกที่นอนที่ยาวกว่าส่วนสูงของคนนอนอย่างน้อย 15 cm. เลือกความแน่นให้เหมาะกับรูปร่าง เลือกความแข็งของที่นอนที่ไม่ยุบหรือลื่นไหลจนเกินไป และอย่าลืมกลับด้านเตียงทุกๆ 6 เดือนเพื่อขยายอายุการใช้งาน

10. สารป้องกันไรฝุ่นเคลือบเครื่องนอนดีจริงหรือไม่?

ไรฝุ่นเป็นสัตว์ที่กินเศษผิวหนังและรังแคเป็นอาหาร สามารถพบได้มากตามที่นอนและห้องนอน สามารถเป็นต้นเหตุของอาการภูมิแพ้ ไม่ว่าจะเตียงแบบไหนก็สามารถมีไรฝุ่นเข้ามาอาศัยได้ ที่นอนที่ไม่มีรฝุ่นคือที่นอนแบบเตียงน้ำ แต่การใช้ที่นอนแบบที่มี Microban Allergy Control หรือ Scot guard หรือเครื่องนอนเคลือบสารกันไรฝุ่นอาจช่วยได้ในระดับหนึ่ง

 

และเรายังสามารถป้องกันตัวเองได้อีกทางด้วยการฆ่าไรฝุ่นจากการซักผ้าด้วยน้ำร้อน 60 องศาC ทุก 1-2 สัปดาห์ และทำความสะอาดที่นอนบ่อยๆค่ะ

นอกจากการพฤติกรรมก่อนนอนและอาหารที่ทานจะมีส่วนช่วยในการนอนหลับให้มีประสิทธิภาพแล้ว เรายังมีวิธีบรรเทาปัญหานอนไม่หลับง่ายๆได้ด้วยเครื่องดื่มเหล่านี้ค่ะ ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง ?

1. นมอุ่นๆ

จัดว่าเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มสุดเบสิกที่ใครๆก็นึกถึงเป็นอันดับแรกๆ แถมยังชวนให้นึกถึงยามเด็กที่นอนไม่หลับก็จะได้รับนมอุ่นๆให้กินก่อนนอนอีกด้วย ซึ่งก็ยังเป็นสูตรที่ใช้งานได้ดีตั้งแต่เล็กจนโตค่ะ เพราะนมอุ่นๆซักแก้วจะช่วยให้ผ่อนคลาย สบายท้อง และทำให้เรานอนหลับสนิทได้ไม่ยากเลยค่ะ

2. ชาสมุนไพร

การดื่มชาอุ่นๆให้ร่างกายได้ผ่อนคลายเป็นเรื่องดี แต่ควรเลือกดื่มชาให้ถูกประเภทด้วย เพราะชาทั่วๆไปอย่างชาเขียวหรือชาขาวนั้นมีคาเฟอีนซึ่งจะทำให้ร่างกายพักผ่อนได้ไม่เต็มที่ค่ะ ทางทีดีควรเลือกดื่มชาสมุนไพรอย่างเช่นชาดอกคาโมไมล์ซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องการช่วยให้นอนหลับสบาย หรือชาสะระแหน่ที่ทำให้ร่างกายผ่อนคลายได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้เราสามารถนอนหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

3. น้ำเชอรี่ทาร์ต

สำหรับผู้ที่ชอบดื่มน้ำผลไม้นั้น ต้องบอกเลยว่าน้ำผลไม้ทั่วไปมักจะมีน้ำตาลสูง ซึ่งจะทำให้สมองและร่างกายถูกกระตุ้น ทำให้หลับไม่ลงแทนที่จะหลับ วิธีแก้คืออาจจะเปลี่ยนมาดื่มน้ำเชอรี่ทาร์ตหรือ Tart Cherry Juice ซึ่งมีสารเมลาโทนินสูง ซึ่งจะช่วยในการนอนหลับ ให้สามารถนอนหลับได้เต็มอิ่มและพักผ่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพเลยล่ะค่ะ

 

ทริคสุดท้ายที่จะขอทิ้งท้ายเอาไว้ในครั้งนี้ก็คือ แอลกอฮอล์ที่หลายๆคนมักจะใช้เพื่อช่วยในการนอนนั้น จริงๆแล้วแทนที่จะทำให้ง่วงกลับจะทำให้เรากระสับกระส่ายนอนหลับได้ไม่เพียงพอเพราะฉะนั้นขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงจะดีกว่าค่ะ แล้วมาปรับพฤติกรรมการกินและดื่มเพื่อการนอนที่ยาวนาน และการพักผ่อนฟื้นฟูร่างกายที่มีประสิทธิภาพที่สุดนั่นเองค่า

หมอนและที่นอนยางพาราแท้นั้นเป็นวัสดุที่ป้องกันเชื้อราและแบคทีเรีย จึงสามารถดูแลรักษาได้ง่าย

เรียกได้ว่าแทบจะไม่ต้องทำความสะอาดบ่อยๆเลยล่ะ แต่ยังไงซะการทำความสะอาดก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องทำใช่ไหม งั้นตามมาดูกันเลยว่าเราจะมีเทคนิคอะไรมาฝากกันบ้าง

 

1. กลิ่นยางพาราใหม่กำจัดยังไงดี

เวลาซื้อที่นอนหรือหมอนยางพารามาใหม่ๆจะมีกลิ่นอ่อนๆของน้ำยางพารา นั่นเป็นเรื่องปกติของยางพาราแท้ ซึ่งกลิ่นจะค่อยๆหายไปเองตามธรรมชาติ สามารถทำได้โดยวางที่นอนหรือมอนไว้ในจุดที่อากาศหมุนเวียนถ่ายเทสะดวก โดยอาจจะใช้เวลาแตกต่างกันไป แต่อยู่ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแล้วกลิ่นก็จะเจือจางไปเอง

2. ขยับให้ถูกวิธี

ถ้าต้องการขยับที่นอนออกจากแกนไม้ของเตียง วิธีที่ถูกต้องและไม่ทำให้ปลอกหรือผิวหน้าของที่นอนฉีกขาด ก็คือการม้วนที่นอนก่อนขยับ ซึ่งก็จะช่วยให้ขยับได้ง่ายขึ้นด้วย

 

3. ติดตั้งยังไงไม่ให้ฉีกขาด

วิธีการการระวังไม่ให้ปลอกที่นอนและผิวหน้าของโฟมยางพาราด้านในฉีกขาดระหว่างติดตั้งที่นอนก็คือการยกที่นอนขึ้นเหนือเตียงเพื่อกำหนดตำแหน่งวาง จากนั้นค่อยๆวางลงบนแกนไม้ฐานเตียง โดยพยายามหลีกเลี่ยงการขยับไถผิวหน้าที่นอนอย่างรุนแรงให้ได้มากที่สุด

 

4. เก็บรักษาให้ดีอย่าให้โดนแดด

ทั้งที่นอนและหมอนยางพารานั้นเมื่อโดนแดดโดยตรงเป็นเวลานานๆจะทำให้สีเปลี่ยนเหลืองเข้ม เนื้ออย่างเสื่อมสภาพ ร่วนและเปราะ ตัวยางพารานั้นมีคุณสมบัติป้องกันเชื้อราและแบคทีเรียจึงไม่จำเป็นต้องตากแดดฆ่าเชื้อโรคแต่อย่างใด พยายามระวังอย่าให้‍ที่นอนหรือหมอนยางพาราโดนแดดตรงๆเพื่อหลีกเลี่ยงการเสื่อมสภาพ

5. ทำความสะอาดให้ถูกต้อง

การทำความสะอาดยางพารานั้นไม่ควรให้โดนน้ำจนชุ่ม แต่ควรใช้ผ้าชุบน้ำสบู่อ่อนๆ บิดหมาดแล้วทำความสะอาดเฉพาะจุดไป แล้วผึ่งลมให้แห้งสนิทก่อนจะใส่ปลอกหมอน

เพียงเท่านี้เราก็จะได้ที่นอนและหมอนยางพาราที่สะอาดเอี่ยมอ่องแล้ว!!

รู้หรือไม่ ว่าสาเหตุการปวดหลังของคุณนั้นแท้จริงแล้วอาจจะมีต้นเหตุมาจากท่านอนของคุณเองก็ได้!

มีผลการวิจัยกล่าวไว้ว่า หากเรานอนด้วยท่าทางที่ถูกต้องตามสรีระร่างกาย เราจะสามารถตื่นนอนได้อย่างสดชื่น ปราศจากอาการปวดหัว ปวดคอ ปวดหลัง แล้วยังหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง! ซึ่งแน่นอนว่าในทางตรงกันข้าม ถ้าเรานอนผิดท่าก็จะสร้างภาระให้กับอวัยวะต่างๆ ทำให้เกินอาการปวดเมื่อยอ่อนเพลียได้ด้วย

มาสำรวจท่าทางการนอนของตัวเองแล้วปรับเปลี่ยนท่านอนกันใหม่ไม่ให้ทรมานร่างกายกันดีกว่า

1. นอนกางแขนสูงกว่าหัว

ท่านอนแบบนี้ เส้นประสาทส่วนบนของช่วงหลังจะถูกกดทับ ส่งผลกระทบกับกล้ามเนื้อบริเวณไหล่และบ่า และส่งผลให้มีอาการปวดไหล่ตามมาค่ะ

2. นอนขดดัวงอ

ท่านอนที่เหมือนทารกนอนขดแบบนี้จะทำให้กระดูกคอและกระดูกสันหลังรับภาระหนัก ทำให้กระดูกสันหลังคดงอ และทางเดินหายใจอาจถูกขัดขวาง ทำให้สมองได้รับออกซิเจนไม่พอ พักผ่อนได้ไม่เต็มที่ ทำให้ทั้งปวดคอ ปวดหลังและอ่อนเพลียค่ะ

3. นอนคว่ำหน้า

การนอนคว่ำนั้นส่วนใหญ่เราจะบิดคอไปทางขวาหรือซ้าย ซึ่งการนอนบิดคอเป็นเวลานานๆจะทำให้กระดูกคอรับภาระหนัก แถมกระดูกสันหลังก็แอ่นออกมาด้านหน้ามากเกินไป ทำให้มีอาการปวดคอและปวดหลังตามมา

4. นอนตะแคงซ้าย ยืดแขนตั้งฉากกับตัว

ท่านอนแบบนี้สร้างอุปสรรคต่อการไหลเวียนของเลือด ส่งผลเสียต่ออวัยวะภายในเช่นปอด และทำให้ปวดกล้ามเนื้อบริเวณไหล่และต้นแขนจากการถูกนอนทับและถูกยืดเป็นเวลานานๆ

5. นอนตะแคงขวา ยืดแขนตั้งฉากกับตัว

อาจจะคล้ายๆกับท่าที่แล้ว แต่การตะแคงขวาเกิดผลเสียมากกว่าเพราะทำให้ปวดหลังเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง ที่สำคัญการนอนแบบนี้ยังทำให้กระเพาะอาหารร้อน เสี่ยงต่อการเป็นโรคกรดไหลย้อนอีกด้วย

 

การเปลี่ยนท่านอนแรกๆอาจจะยาก ต้องอาศัยการฝึกฝนเพื่อสร้างความเคยชินซักพักก็อย่าเพิ่งท้อกันนะคะ ปรับเปลี่ยนท่านอนตั้งแต่วันนี้เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณในระยะยาวค่ะ

แต่ละคนก็มีท่านอนที่สบายและเคยชินแตกต่างกันใช่มั้ยล่ะคะ แต่ถ้าคุณประสบปัญหาปวดหลังจนนอนไม่พอ จะนอนท่าไหนก็เป็นอันต้องสะดุ้งตื่นกลางดึกทุกทีเพราะความปวดหลัง นั่นคงเป็นเรื่องที่ไม่ดีแน่ๆ นอกจากจะทำให้เรารู้สึกอ่อนเพลียแล้วยังจะทำให้สุขภาพอ่อนแอลงอีกด้วย

แต่ทุกปัญหาย่อมมีทางแก้ค่ะ เราไปดูกันเลยดีกว่าว่า ควรใช้ทริกเสริมแบบใดดีถึงจะสามารถนอนท่าที่เราสบายที่สุดได้โดยไม่ต้องพบกับประสบการณ์การปวดหลังจนนอนไม่ได้อีกต่อไป

 

นอนหงาย

เริ่มจากท่านอนเบสิกกันเลย ซึ่งก็ไม่น่าจะทำให้ปวดหลังได้ เพราะไม่ได้ทำให้กระดูกสันหลังผิดรูป แต่การที่นอนหงายโดยที่แผ่นหลังไม่แตะกับเตียงก็สามารถทำให้กระดูกสันหลังเกิดการเกร็งตัวได้เช่นกัน

เทคนิคการนอนหงายไม่ให้ปวดหลัง ง่ายนิดเดียวค่ะ แค่ใช้หมอนอีกใบหนุนไว้ใต้หัวเข่าขณะนอนเพื่อให้สะโพกยกสูงขึ้น และแผ่นหลังสัมผัสกับที่นอนเต็มที่ เพียงเท่านี้ก็จะลดอาการเกร็งของกระดูกสันหลังและกล้ามเนื้อหลังได้แล้วล่ะค่ะ

นอนคว่ำ

การนอนคว่ำนั้นสามารถทำให้เกิดอาการปวดหลังได้มากที่สุดค่ะ เพราะการนอนคว่ำราบลงไปกับเตียง แต่หัวอยู่บนหมอนที่มีระดับสูงกว่าพื้นเตียงนั้น จะทำให้น้ำหนักทิ้งลงมาที่หน้าท้องทำให้หลังแอ่นนาบลงไปกับที่นอน ส่งผลให้กระดูกสันหลังผิดรูปจากการนอนแอ่น และเกิดอาการปวดหลังตามมาค่ะ

เทคนิคการนอนคว่ำไม่ให้ปวดหลัง อาการปวดหลังจากการนอนคว่ำสามารถบรรเทาได้โดยการนอนทับหมอนอีกใบที่หนุนเอาไว้ที่บริเวณใต้ท้องน้อยไปจนถึงสะโพกเพื่อดันให้ช่วงศีรษะและลำตัวของเราอยู่ในระนาบเดียวกันให้ได้มากที่สุดนั่นเองค่ะ

นอนตะแคง

ท่าตะแคงนั้นจะลดอาการบาดเจ็บของกระดูกสันหลังได้ดีที่สุดค่ะ แต่แค่การนอนตะแคงเฉยๆอาจจะไม่พอสำหรับผู้ที่ประสบปัญหาปวดหลังเรื้อรังค่ะ เพราะฉะนั้นเรามาดูกันเลยว่ามีเทคนิคอะไรในการนอนตะแคงที่จะช่วยลดการปวดหลังได้บ้าง

เทคนิคการนอนตะแคงไม่ให้ปวดหลัง เป็นเทคนิคที่เข้าใจง่ายค่ะ พูดสั้นๆคือนอนตะแคงกอดหมอนข้าง เพื่อยกเข่าข้างหนึ่งให้สูงกว่าอีกข้าง ใช้ขาและเข่าช่วยผ่อนน้ำหนักที่กระดูกสันหลังต้องรับ ช่วยให้อาการเกร็งของกระดูกสันหลังและกล้ามเนื้อบริเวณหลังทุเลาเบาบางลงนั่นเองค่ะ

เป็นเทคนิคที่ง่ายใช่ไหมคะ ลองนำไปปรับใช้กับการนอนเพื่อลดอาการปวดหลังในแต่ละวันลง ในส่วนของการพลิกเปลี่ยนท่านั้นถือเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่ต้องกังวลอะไรมากมาย แค่จัดท่านอนก่อนที่จะหลับให้เป็นไปตามเทคนิคพวกนี้ก็เพียงพอแล้วค่ะ

รู้หรือไม่ว่าที่นอนที่ไม่ดีพอ มีผลต่อสุขภาพของเราด้วยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการนอนที่ทำให้สรีระอยู่ผิดท่า หรือเกี่ยวกับโรคทางเดินหายใจที่มีผลมาจากการเลือกใช้ที่นอนที่ไม่ดีพอ เรามาเลือกที่นอนซะใหม่ให้ดีต่อร่างกายของเรากันดีกว่าค่ะ

 

เลือกที่นอนที่ไม่นิ่มและไม่แข็งจนเกินไป

คนเรามีระดับความแน่น (Firmness) ของที่นอนที่เหมาะกับร่างกายของเราแตกต่างกันไปค่ะ หากเป็นคนที่มีมวลร่างกายค่อนข้างมากก็จะเหมาะกับที่นอนที่มีความแน่นมากกว่าปกติ เพื่อให้รองรับและโอบเข้ากับร่างกาย (Conformity) ที่พอดี มีส่วนโค้งเว้าที่รับกับร่างกาย เพื่อให้กล้ามเนื้อและร่างกายได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ และรับน้ำหนักได้ดีไม่ยุบตัวด้วยนะคะ

 

เลือกคุณสมบัติชนิดของที่นอนที่เหมาะสม

ไม่ว่าจะเป็นแบบวัสดุธรรมชาติหรือแบบวัสดุสังเคราะห์ เลือกแบบที่ไม่ยุบตัวเมื่อรับน้ำหนักนานๆ ไม่สะสมความชื้นและเชื้อแบคทีเรีย สามารถระบายอากาศได้ดี สามารถถอดทำความสะอาดปลอกที่นอนได้ง่าย มีสปริงโอบรับน้ำหนักร่างกาย ไม่มีแรงกดทับ

 

กลับด้านที่นอนทุกๆ 6 เดือน

เพื่อให้ที่นอนได้ใช้งานทั้ง 2 ด้าน ไม่ใช้งานเพียงด้านเดียวซึ่งจะทำให้ที่นอนเสื่อมสภาพเร็ว กลับด้านทั้งส่วนหัวนอนและปลายเท้าเพื่อเฉลี่ยการกระจายของน้ำหนักที่ทั่วถึงทั้ง 4 มุม ช่วยชะลอเวลาการเสื่อมสภาพของที่นอนของเราให้ยาวนานออกไปอีกค่ะ

 

ป้องกันไรฝุ่นจากที่นอนของคุณ

ไรฝุ่นตัวร้ายต้นเหตุของโรคภูมิแพ้เองก็เป็นอีกหัวข้อที่ควรใส่ใจค่ะ ไรฝุ่นจะกินเศษผิวหนังและรังแคเป็นอาหาร ทำให้พบมากเครื่องนอนต่างๆ ที่ผ่านการใช้งานมานาน การจะป้องกันไรฝุ่นนั้นก็ไม่ยาก แค่หาใช้ที่นอนและเครื่องนอนที่เคลือบสารป้องกันไรฝุ่น (Microban Allergy  Control) ก็แก้ปัญหาไรฝุ่นกวนใจได้แล้วค่ะ

เรื่องของปัญหาสุขภาพนั้นไม่เข้าใครออกใครจริง ๆ จะพบว่าในปัจจุบันนี้คนเรานั้นล้วนต้องพบเจอกันปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพกันทั้งนั้น ไม่อาการใดก็อาการหนึ่ง ไม่โรคใดก็โรคหนึ่ง และถ้าในครอบครัวของคุณมีผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพที่คุณจำเป็นที่จะต้องดูแล Read More